Interdisciplinary Academic and Research Journal
การบาดเจบทเกดขนในชวงการฝกซอม การแขงขน และหลงจากแขงขนของนกกฬาเซปกตะกรอมหาวทยาลยกรงเทพธนบร
By Parnrada Pacharasitangoon, ลภัส ชูแทน and สุเทพ ฝ่ายที.
Abstract
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์การวิจัย: ตะกร้อ (Takraw) เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยและมีการแข่งขันทั้งในระดับชาติและนานาชาติ โดยสโมสรนักกีฬาตะกร้อมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีมีการฝึกซ้อมและพัฒนาทีมอย่างเป็นระบบเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของนักกีฬาไม่ได้ขึ้นอยู่กับการฝึกซ้อมเพียงอย่างเดียว เนื่องจากลักษณะทักษะและรูปแบบการเล่นมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บทั้งแบบเฉียบพลันและแบบสะสม ซึ่งอาจส่งผลต่อสมรรถภาพและความพร้อมในการแข่งขัน ดังนั้น การศึกษาการบาดเจ็บในนักกีฬาเซปักตะกร้อจึงมีความสำคัญต่อการวางแนวทางป้องกันและพัฒนาประสิทธิภาพทางการกีฬาอย่างเหมาะสม มีวัตถุประสงค์: (1) เพื่อศึกษาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นในช่วงการฝึกซ้อม การแข่งขัน และหลังจากแข่งขันของนักกีฬาเซปักตะกร้อมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (2) เพื่อเปรียบเทียบผลของการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นในช่วงการฝึกซ้อม การแข่งขัน และหลังจากแข่งขันของนักกีฬาเซปักตะกร้อมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ระเบียบวิธีการวิจัย: ประชากรในครั้งนี้คือนักกีฬาตะกร้อทีมมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี จำนวนทั้งหมด 28 คน โดยทำการเก็บข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ใช้แบบสอบถามเกี่ยวกับการบาดเจ็บของนักกีฬาเซปักตะกร้อโดยแบบสอบถามแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปและส่วนที่ 2 แบบสอบถามการบาดเจ็บของนักกีฬาเซปักตะกร้อ ทั้งได้มีการดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเองโดยมีขั้นตอนดังนี้ (1).ติดต่อขอความอนุเคราะห์ในการเก็บข้อมูลจากอาจารย์ผู้ดูแลนักกีฬาตะกร้อและอธิบายรายละเอียดถึงการเก็บข้อมูลให้ผู้ฝึกสอนและนักกีฬารับทราบ (2). ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการบาดเจ็บและจัดทำแบบสอบถามและส่งประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (3).นำแบบสอบถามไปทดลองใช้กับกลุ่มที่ไม่ได้เป็นกลุ่มตัวอย่าง(Try out) (4). ผู้วิจัยนำแบบสอบถามไปดำเนินการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างและทำการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามด้วยตนเอง (5). ตรวจสอบความถูกต้องความสมบูรณ์ของแบบสอบถาม (6). นำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิจัย: จากการศึกษาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นในช่วงการฝึกซ้อม การแข่งขัน และหลังจากแข่งขันของนักกีฬาเซปักตะกร้อมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี พบว่า การบาดเจ็บของนักกีฬาเซปักตะกร้อมีรายละเอียดดังนี้ (1) ตำแหน่งที่บาดเจ็บพบมากที่สุด คือ บริเวณข้อเท้า คิดเป็นร้อยละ 78.26 (2) ช่วงเวลาที่เกิดการบาดเจ็บ ช่วงฝึกซ้อม ซึ่งเกิดการบาดเจ็บในระดับปานกลาง (3) วิธีป้องกันการบาดเจ็บที่นิยมใช้มากที่สุด ได้แก่ การอบอุ่นร่างกาย คิดเป็นร้อยละ 97.22 และผลการเปรียบเทียบการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นในช่วงการฝึกซ้อม การแข่งขัน และหลังจากแข่งขันของนักกีฬาเซปักตะกร้อมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี พบว่า ช่วงฝึกซ้อมและหลังจากการแข่งขัน ไม่มีความแตกต่างกัน(p > 0.05) สรุปผล: ผลการวิจัยในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า นักกีฬาเซปักตะกร้อของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีมีแนวโน้มที่จะได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเท้ามากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงระหว่างการฝึกซ้อม ซึ่งลักษณะของการบาดเจ็บส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง อีกทั้งยังพบว่า วิธีการป้องกันการบาดเจ็บที่นักกีฬานิยมใช้มากที่สุด คือ การอบอุ่นร่างกายก่อนการฝึกซ้อมหรือการแข่งขัน นอกจากนี้ การเปรียบเทียบความถี่ของการบาดเจ็บในแต่ละช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงฝึกซ้อม ช่วงแข่งขัน และหลังการแข่งขัน พบว่าไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างช่วงฝึกซ้อมกับช่วงหลังการแข่งขัน (p > 0.05)







